อบรม สถาบันฝึกอบรมสัมมนา ฝึกอบรม หลักสูตรอบรมสัมมนาtraining ฝึกอบรมสัมมนา หลักสูตรอบรมin-house training อบรม ISO
หน้าแรกสถาบันฝึกอบรม รูปผลงานต่างๆ บทความสัมมาที่ผ่านมา ลูกค้าที่ใช้บริการ ค้นหน้างานสมัครงาน แลกเปลี่ยนลิงค์แบนเนอร์
สถาบันฝึกอบรม BIG Q TRAININGให้บริการฝึกอบรม TRAINING มีหลักสูตรฝึกอบรม ISO9001,ISO14001,ISO/TS16949,TPM,Kaizen, ,TQM OEE,Kanban System,Poka Yoke,5ส,TPM,DOE,SMED,A3,VSM,QCC,QC 7 Tools,Visual Management,Lean,IEA 14001,PPAP,SPC,FMEA,MSA,APQP & CP,IQA TS16949,ISO,IQA 9001,Strategic Management,KPI,PDCA,ตรวจ 5ส,Why-Why,QCC,7+1 Wastes,Poka yoke,DOE,6-Sigma,New QC7 Tools,TWI-JR,TWI-JM,ปรับปรุงงาน,TWI-JI , วิธีสอนงาน




หลักสูตรฝึกอบรม
การบำรุงรักษาคุณภาพ Quality Maintenance : TPM
การบำรุงรักษาทวีผลแบบทุกคนมีส่วนร่วม Total Productive Maintenance (TPM) (3 step,4 Pillar) ทฤษฎี + ปฏิบัติ 5 วัน
TQM for Frontline Manager and Supervisor
SWOT ANALYSIS เชิงปฏิบัติการ
5 หลักการสำหรับการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ (5 Principles for Problem Solving)
การวิเคราะห์ระบบการวัดMeasurement System Analysis (MSA) 4th Edition 1วัน (สำหรับผู้มีประสบการณ์)
การบำรุงรักษาทวีผลแบบทุกคนมีส่วนร่วมTotal Productive Maintenance (TPM) ทฤษฎี 1 วัน
ระบบป้องกันความผิดพลาด(Poka Yoke Error Proofing)
QC Story
ขอใบเสนอราคา
ยินดีให้คำปรึกษา
แลกลิงค์กับเรา

อบรม ฝึกอบรม Training อบรมสัมมนา หลักสูตรอบรม สถาบันฝึกอบรม อบรมISO In-house Training ISO9001 ISO14001 TS16949


ต้องการแลกลิงค์กับเรา
Copy Code ไปไว้ที่เว็บท่านได้เลยครับ
แล้วเมล์มาแจ้งเราจะนำแบบเนอร์ขจงท่าน
มาติดที่เว็บเรา www.bigqtraining.net

ดูลิงค์ทั้งหมด

บทความล่าสุด

12 STEP สำหรับติดตั้งระบบการบำรุงรักษาแบบทวีผล (TPM) ในองค์กร


ขั้นตอนในการติดตั้งระบบ TPM 12 ขั้นตอนมีดังนี้
1. การประกาศเจตนารมย์ในการทำ TPM ของผู้บริหารระดับสูง ( Declaration by Top Management to Introduce TPM )
ขั้นตอนแรกของการทำกิจกรรม TPM คือ การตัดสินใจที่จะนำกิจกรรม TPM เข้ามาใช้ในองค์การของผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารแสดงความมุ่งมั่นในการทำกิจกรรม พร้อมที่สนับสนุนพนักงานทุกคนในการทำกิจกรรม และประกาศให้พนักงานทราบทั่วทั้งบริษัท โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆของบริษัท เช่น การประชุมประจำปี โปสเตอร์ บอร์ดข่าวสาร เสียงตามสาย แผ่นพับ เป็นต้น

2. อบรมและรณรงค์ความรู้พื้นฐานของ TPM ( Education and Campaign )
หลังจากการประกาศเตนารมณ์ของผู้บริหารระดับสูงแล้วสิ่งที่บริษัทจะต้องรีบดำเนินการ คือ การจัดฝึกอบรมความรู้เกี่ยวกับ TPM ให้กับพนักงานทุกคน เพื่อให้พนักงานทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจ ทราบวัตถุประสงค์ เนื้อหาเป้าหมายของกิจกรรม ตลอดจนทราบบทบาท ความรับผิดชอบของตนเอง ในการฝึกอบรมจะกระทำในทุกระดับบังคับบัญชาตั้งแต่พนักงานระดับปฏิบัติงาน จนกระทั่งถึงผู้บริหารระดับสูง ซึ่งในการจัดทำหลักสูตรการฝึกอบรมควรจะต้องคำนึงถึงการฝึกอบรมในแต่ละระดับด้วยการรณรงค์กิจกรรมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้พนักงานตื่นตัวในการทำกิจกรรม ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น การจัดให้ศึกษางานในโรงงานที่ทำกิจกรรม TPM แล้วประสบความสำเร็จ จัดฝึกอบรมนอกสถานที่ จัดประกวดคำขวัญและสัญลักษณ์ของ TPM เป็นต้น

3. จัดโครงสร้างการทำกิจกรรม TPM และ พื้นที่ตัวอย่าง ( Establishment of TPM Organization and Formal Organization Model )
รูปแบบโครงสร้างการทำกิจกรรม TPM จะเป็นแบบกลุ่มย่อยแบบซ้อน ( Overlapping Small Group ) มีลักษณะเครือข่ายงานที่ซ้อนทับกันในทุกระดับชั้นตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงจนกระทั่งถึงพนักงานระดับล่าง หัวหน้าของแต่ละกลุ่มจะเป็นสมาชิกของกลุ่มในระดับที่สูงขึ้นไป เปรียบเสมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างกลุ่มในแต่ละระดับชั้น ซึ่งจะทำให้มีการติดต่อประสานงาน การถ่ายทอดนโยบายในระหว่างระดับทั้งจากบนลงล่างและจากล่างขึ้นบน
การควบคุมการดำเนินกิจกรรม TPM ให้ทั่วทั้งบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ ควรจะต้องมีการจัดตั้งคณะทำงานซึ่งเป็นศูนย์กลางส่งเสริมการดำเนินกิจกรรม TPM ประกอบไปด้วยคณะทำงานที่มีความรู้ความสามารถในด้านการบริหารกิจกรรมและการผลิตโดยรวมของบริษัท โดยมีหน้าที่หลักคือ คือ การวางแผนการดำเนินกิจกรรม TPM ของบริษัท การควบคุมและตรวจสอบการดำเนินงานของกิจกรรมกลุ่มย่อย การจัดประชุมนำเสนอผลงานของกิจกรรมกลุ่มย่อย และการรวบรวมข้อมูล ประเมินผล สรุปผลการดำเนินกิจกรรม เป็นต้น
คณะกรรมการส่งเสริมกิจกรรม TPM มีส่วนอย่างมากต่อความสำเร็จในการทำ TPM เพราะมีบทบาทในการผลักดันและควบคุมกิจกรรม TPM ของทั้งบริษัท ซึ่งคณะทำงานนอกจากมีความรู้ความสามารถแล้ว ยังจำเป็นต้องเป็นที่ยอมรับของทุกคนในบริษัทด้วย

4. นโยบายพื้นฐาน และ เป้าหมายของ TPM ( Setting the Basic Policy and Goals of TPM )
คณะกรรมการส่งเสริมกิจกรรม TPM จะเป็นหน่วยงานที่กำหนดนโยบายพื้นฐานและเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อใช้เป็นแนวทางและเป้าหมายในการดำเนินกิจกรรมของบริษัท โดยเริ่มจากการศึกษาสภาพปัจจุบันของบริษัท ซึ่งพิจารณาจากปัจจัยที่สำคัญสองด้าน คือ สิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น การแข่งขันทางการตลาดที่เพิ่มมากขึ้น การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของลูกค้า และ การเปลี่ยนแปลงสิทธิพิเศษทางการค้า เป็นต้น พิจารณาจากสิ่งแวดล้อมภายใน เช่น ต้นทุนการผลิตสูง ปัญหาด้านคุณภาพ การส่งมอบสินค้าล่าช้า เป็นต้น
นโยบายควรมีความชัดเจนและสามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น เราจะทำกิจกรรม TPM เพื่อลดความสูญเสียโดยการ ลดของเสีย อุบัติเหตุ และ การขัดข้องของเครื่องจักร เพื่อให้ผลกำไรของบริษัทสูงขึ้นและสภาพแวดล้อมในการทำงานของพนักงานดีขึ้น เป็นต้น โดยมีการกำหนดเป้าหมายที่สอดคล้องและสามารถวัดในเชิงปริมาณได้อย่างชัดเจนเช่น ลดของเสียในกระบวนการผลิตจาก 2 % ให้เหลือ 1 % ลดการเกิดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ ลดอัตราการขัดข้องของเครื่องจักรให้เหลือ 1/10 ประสิทธิผลโดยรวมของเครื่องจักรเท่ากับ 85 % เป็นต้น

5. จัดทำแผนงานหลักของ TPM ( Creating of a TPM Master Plan )
แผนหลักในการดำเนินกิจกรรมTPM จะเริ่มต้นจากระยะเตรียมการหรือช่วงเริ่มต้นไปสู่ระยะก่อตั้งระบบTPM จนถึงระยะที่ประสบความสำเร็จจนได้รับรางวัล TPM(รางวัล PM Prize เป็นรางวัลที่สถาบัน JIPM : Japan Institute of Plant Maintenance ของประเทศญี่ปุ่นมอบให้กับโรงงานที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินกิจกรรมTPMในแต่ละปี ซึ่งรายละเอียดในการสมัคร ระยะเวลา ข้อกำหนดในการพิจารณาและเกณฑ์การตัดสินเพื่อมอบรางวัลสามารถดูได้ที่ (www.jipm.com ) สิ่งที่สำคัญในการวางแผนหลักในการดำเนินการTPM คือ ต้องตัดสินใจว่ากิจกรรมอะไรที่จะต้องทำเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของTPM ดังนั้นแผนหลักในการดำเนินกิจกรรม TPM จะต้องระบุในรายละเอียดของกิจกรรมTPMทั้ง 8 เสาหลัก และระบุเวลาที่เริ่มต้นและสิ้นสุดของแต่ละขั้นตอนในเสาหลักกิจกรรม แผนหลักในการดำเนินกิจกรรมTPM มีประโยชน์ที่จะเป็นเครื่องมือในการควบคุมติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินการ และ การจัดสรรงบประมาณในการทำกิจกรรมในแต่ละช่วงเวลา

6. พิธีเปิดกิจกรรม TPM ( TPM Kickoff and PR )
เมื่อบริษัทมีความพร้อมในการดำเนินกิจกรรม TPM เพื่อเป็นการแสดงความมุ่งมั่น การเอาจริงเอาจังในการทำสร้างบรรยากาศในการทำงาน และขวัญกำลังใจที่ดีของพนักงาน จะมีการจัดพิธีเปิดกิจกรรม TPM ขึ้น โดยที่จะมีการประชุมพนักงานทุกคนในบริษัท เชิญตัวแทนของบริษัทลูกค้า บริษัทในเครือ เข้าร่วมพิธีด้วย
ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจะกล่าวถึงแผนงานที่ได้ทำเสร็จในช่วงของการเตรียมการ เช่นโครงสร้างของการทำกิจกรรม นโยบายและเป้าหมายของ TPM และ แผนในการดำเนินกิจกรรม เพื่อให้ทุกคนได้รับทราบทั่วกัน เพื่อเป็นการยืนยันความมุ่งมั่นในการทำกิจกรรม TPM ของบริษัท และ แสดงความเอาจริงเอาจังของผู้บริหาร ในขณะเดียวกันตัวแทนของฝ่ายพนักงานก็จะมีการแสดงความพร้อมและความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้

7. จัดระบบการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ( Establishment of a system for improving the efficiency of the Production Sector )
เมื่อบริษัทผ่านขั้นตอนเตรียมการ ( ขั้นตอนที่ 1-6 ) เรียบร้อยแล้ว ก็จะเข้าสู่ช่วงของการดำเนินการซึ่งมีกิจกรรมการปรับปรุงที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโดยตรง 4 กิจกรรม คือ

7.1 การปรับปรุงเฉพาะเรื่อง ( Individual Improvement )เสา:1
ในบางตำราอาจเรียกชื่อว่า Focus Improvement หรือในภาษาญี่ปุ่น เรียกว่า Kobutsu Kaizen และในตำราภาษาไทยบางเล่ม เรียกชื่อหัวข้อนี้ว่า “ การปรับปรุงเฉพาะเรื่อง ” ซึ่งหมายถึง กิจกรรมการปรับปรุงเพื่อลดความสูญเสีย ซึ่งจะเลือกมาปรับปรุงทีละ 1 เรื่องเพื่อเพิ่มระบบการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การทำกิจกรรมเพื่อลดความสูญเสียนี้จะดำเนินการในรูปแบบของกิจกรรมโดยผ่านโครงงาน โดยการสร้างทีมจะประกอบไปด้วย สมาชิกระดับบริหารหนึ่งท่าน กับสมาชิกของพื้นที่ที่เลือกขึ้นมากปรับปรุง และมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้สมาชิกเข้าใจและสามารถแยกแยะความสูญเสียทั้ง 16 ประการได้ และทำการปรับปรุงเพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับเครื่องจักรโดยใช้หลักการของPDCA ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลาการปรับปรุงประมาณ 4-6 เดือนต่อหนึ่งโครงงาน และเมื่อทีมงานทำกิจกรรมการปรับปรุงเสร็จแล้ว จะต้องเตรียมด้วยว่าโครงงานถัดไปจะทำอะไร เพื่อให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

7.2 การบำรุงรักษาด้วยตนเอง ( Self Maintenance ) เสา:2
การบำรุงรักษาด้วยตนเองเป็นกิจกรรมที่สำคัญและเป็นลักษณะเฉพาะของ TPM หมายถึง การที่พนักงานประจำเครื่องจักรได้มีระบบการบำรุงรักษาเครื่องจักรที่ตนรับผิดชอบอยู่ เช่น การปฏิบัติงานให้ถูต้องตามเงื่อนไขของเครื่องจักรการทำความสะอาด การตรวจสอบความผิดปกติ การเติมน้ำมันหล่อลื่น รวมถึงการเปลี่ยนชิ้นส่วนและซ่อมแซมเครื่องจักรได้เองเบื้องต้น
ในการส่งเสริมการทำกิจกรรม TPM นั้น ทุกคนตั้งแต่ผู้บริหารจนถึงพนักงานปฏิบัติงานจะต้องมีความเชื่อมั่นว่าพนักงานประจำเครื่องมีความสามารถในการบำรุงรักษาด้วยตนเอง โดยจะต้องให้การฝึกอบรมเพื่อเพิ่มความรู้และทักษะการบำรุงรักษาเครื่องจักรให้แก่พนักงานทุกคน
การบำรุงรักษาด้วยตนเองมี 7 ขั้นตอน คือ
ขั้นตอนที่ 1. การทำความสะอาดเบื้องต้น ( Initial Cleaning )
ขั้นตอนที่ 2. การกำจัดแหล่งกำเนิดปัญหา และ จุดยากลำบาก ( Eliminate Source of Contamination and Difficult to Access Area )
ขั้นตอนที่ 3. การจัดทำมาตรฐานเบื้องต้น ( Draw up Provisional Standard )
ขั้นตอนที่ 4. การตรวจสอบโดยรวม ( General Inspection )
ขั้นตอนที่ 5. การตรวจสอบด้วยตนเอง ( Autonomous Inspection )
ขั้นตอนที่ 6. การควบคุมสภาพและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ( Standardize Procedure and WorkplaceSuits )
ขั้นตอนที่ 7. การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ( Continuous Improvement )

7.3 การบำรุงรักษาตามแผน ( Planned Maintenance ) เสา:3
การบำรุงรักษาตามแผนเพื่อรักษาสภาพของเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด ตลอดอายุการใช้งาน โดยใช้ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ การบำรุงรักษาตามแผนเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันระหว่างฝ่ายผลิตและฝ่ายซ่อมบำรุง โดยฝ่ายผลิตจะรับผิดชอบเกี่ยวกับการบำรุงรักษาด้วยตนเอง ส่วนฝ่ายซ่อมบำรุงจะรับผิดชอบเกี่ยวกับการบำรุงรักษาแบบที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งเป็นกิจกรรมในการพัฒนาอุปกรณ์และทักษะความรู้ในการบำรุงรักษา
การดำเนินการการบำรุงรักษาตามแผนมี 6 ขั้นตอนคือ
ขั้นตอนที่1. การประเมินอุปกรณ์และเข้าใจสภาพปัจจุบันของเครื่องมือ
ขั้นตอนที่2. ฟื้นฟูการเสื่อมสภาพและแก้ไขจุดอ่อนเป็นขั้นตอนที่ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนการบำรุงรักษาด้วยตนเอง ในขั้นตอนที่ 1-3 เพื่อช่วยพนักงานฟื้นฟูการเสื่อมสภาพ แก้ไขจุดอ่อนเพื่อยืดระยะเวลาการใช้งานของเครื่องจักร รวมทั้งการป้องกันการขัดข้องที่จะเกิดขึ้น
ขั้นตอนที่3. สร้างระบบบริการข้อมูล สร้างระบบบริการข้อมูลเกี่ยวกับการขัดข้องของอุปกรณ์ การบริหารวัสดุและอะไหล่ การบริหารงบประมาณ และข้อมูลด้านเทคนิคด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
ขั้นตอนที่4. สร้างระบบบำรุงรักษาตามระยะเวลา ในการบำรุงรักษาตามระยะเวลาจะต้องมีการเตรียมอะไหล่สำรองเครื่องมือในการตรวจสอบ น้ำมันหล่อลื่น และข้อมูลด้านเทคนิค เพื่อที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็ว
ขั้นตอนที่5. สร้างระบบการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ เมื่อเราทำการบำรุงรักษาตามระยะเวลา จะทำให้การขัดข้องของเครื่องจักรลดน้อยลงแต่บางครั้งต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษากลับเพิ่มขึ้น เนื่องจากการตั้งระยะเวลาในการทำบำรุงรักษาไม่เหมาะสม เพราะขาดการวัดการเสื่อมสภาพอย่างแท้จริงในแต่ละอุปกรณ์ ดังนั้นในการทำบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ การใช้อุปกรณ์ที่สามารถระบุการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ได้อย่างถูกต้อง เช่นการสั่น อุณหภูมิ ความดัน อัตราการไหล การกัดกร่อน ความต้านทาน
ขั้นตอนที่6. ประเมินระบบการบำรุงรักษาตามแผน มีการประเมินผลในด้านประสิทธิภาพของระบบการบำรุงรักษา และต้นทุนที่ใช้ในการบำรุงเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดไว้

7.4 การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะ ( Education and Training ) เสา:4
เพื่อตอบสนองความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและพัฒนาทักษะการทำงานของพนักงาน ระบบการให้ความรู้และการฝึกอบรมได้ถูกจัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของTPM โดยมีการฝึกอบรมทักษะในการทำงาน และ ทักษะในการบำรุงรักษา ด้วยวิธีการฝึกอบรมในชั้นเรียน การฝึกอบรมแบบ On the job training และการพัฒนาตนเอง ซึ่งทำให้พนักงานเกิดความสามารถที่เพิ่มขึ้นรวมถึงความกระตือรือร้นและความภูมิใจที่ได้รับจากการทำงาน
พนักงานจะต้องได้รับการอบรมเป็นผู้เชี่ยวชาญการปฎิบัติงานกับเครื่องจักรของตนเองและมีทักษะในการบำรุงรักษาเครื่องจักรเบื้องต้น Operator ต้องมีทักษะพื้นฐาน 4 ประการ คือสามารถค้นหาสิ่งปกติเบื้องต้นได้ สามารถแก้ไขสิ่งผิดปกติเบื้องต้นได้ สามารถปรับตั้งสภาวะเงื่อนไขของเครื่องจักรเบื้องต้นได้ สามารถรักษาสภาวะเงื่อนไขของเครื่องจักรเบื้องต้นได้
ฝ่ายบำรุงรักษาจะต้องมีทักษะพื้นฐานที่เกี่ยวกับการออกแบบ โครงสร้าง หน้าที่การทำงานของ Bolt และ Nutลูกปืน(Bearing) ระบบส่งกำลัง( เกียร์ สายพาน และ โซ่) ระบบไฮโดรลิค และนิวเมตริก เนื่องจากชิ้นส่วนและอุปกรณ์เหล่านี้ เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ใช้ทั่วไปในเครื่องจักร นอกจากนี้ช่างซ่อมบำรุงจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะชั้นสูงขึ้นและเทคนิคที่สูงขึ้นเพื่อขยายขอบเขตความรับผิดชอบ

8. จัดระบบควบคุมช่วงเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์และเครื่องจักร( Initial Phase Management of New Products and New Equipment ) เสา:5
ในสภาวะการณ์ทางการตลาดปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง รูปแบบของสินค้ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามความต้องการของผู้บริโภค ดังนั้นเพื่อให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันเวลาและมีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำ จึงเป็นความสำคัญอย่างยิ่งที่บริษัทจะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการวิเคราะห์การลงทุนเกี่ยวกับเครื่องจักรเพื่อที่จะสามารถลดเวลาในช่วงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ถึงช่วงทำการผลิตจริงให้สั้นที่สุด และ เพื่อให้การผลิตมีความได้เปรียบในการผลิตซึ่งจะทำให้มีต้นทุนในการผลิตต่ำที่สุด บริษัทจำเป็นต้องพัฒนากระบวนการผลิตให้ง่ายต่อการทำงานและควบคุม ลดการเกิดของเสีย สามารถกำหนด /ควบคุมปัจจัยการผลิต เช่น วัตถุดิบ เครื่องจักร วิธีการทำงาน และ กำลังคน ได้อย่างเหมาะสม
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น การจัดการช่วงเริ่มต้นจึงประกอบไปด้วยหัวข้อสำคัญๆ คือ การจัดการช่วงเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์และเครื่องจักร การวิเคราะห์ต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน ( Life Cycle Cost : LCC ) และ การออกแบบเพื่อป้องกันการบำรุงรักษา ( Maintenance Prevention Design : MP Design ) ดังนั้นในการดำเนินกิจกรรมการจัดการเบื้องต้นจึงเป็นความร่วมมือของหลายฝ่าย เช่น ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ วิศวกรรม ฝ่ายผลิต ซ่อมบำรุง และ การตลาดเป็นต้น
ปัญหาในช่วงเริ่มเดินเครื่องจักรใหม่ หรือ การผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ ทำให้เสียเวลา และเป็นต้นทุนในการผลิตแสดงให้เห็นถึงความบกพร่องในช่วงการออกแบบและสร้าง หรือ การกำหนดเงื่อนไขในการผลิตผิดพลาด การจัดการช่วงเริ่มต้นจะเป็นการทำงานร่วมกันของแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อลดเวลาระหว่างการออกแบบจนถึงเริ่มการผลิตจริง มีการควบคุมเงื่อนไขในการผลิตได้อย่างถูกต้องเพื่อลดความผิดพลาดและของเสียที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการออกแบบเครื่องจักรให้มีความน่าเชื่อถือสูงสุด ง่ายต่อการใช้งานและบำรุงรักษา ซึ่งจะเป็นผลทำให้ LCC มีค่าต่ำสุด

9. การบำรุงรักษาเชิงคุณภาพ ( Quality Maintenance System ) เสา:6
การควบคุมคุณภาพโดยการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ไม่อาจสามารถแก้ไขปัญหาของเสียได้ ซึ่งแนวความคิดของการบำรุงรักษาเชิงคุณภาพ คือ การป้องกันปัญหาเรื่องคุณภาพซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเครื่องจักร อุปกรณ์ และกระบวนการผลิต โดยการรวมกิจกรรมการประกันคุณภาพ ( Quality Assurance ) และ กิจกรรมการจัดการอุปกรณ์ (Equipment Management ) เพื่อกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพของสินค้า กับ เงื่อนไขของการผลิต ความเที่ยงตรงของอุปกรณ์ และวิธีการทำงาน เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการควบคุมที่ต้นเหตุเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาคุณภาพถ้าสามารถกำหนดเงื่อนไข หรือ ความสัมพันธ์ข้างต้นได้แล้ว ก็จะสามารถกำหนดเงื่อนไขการทำงานสำหรับเครื่องจักร / อุปกรณ์ที่ไม่ผลิตของเสีย ( Defect-free Equipment ) ได้ เพื่อที่จะใช้ควบคุม / ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของเงื่อนไขนั้นๆ ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ในการทำกิจกรรมการบำรุงรักษาเชิงคุณภาพ ซึ่งสามารถสรุปเป็นหัวข้อใหญ่ๆได้ดังต่อไปนี้
- กำหนดเงื่อนไขของเครื่องจักร / อุปกรณ์ที่ไม่ผลิตของเสีย
- ควบคุมและรักษาเงื่อนไขให้อยู่ในมาตรฐานที่กำหนดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดของเสีย
- ตรวจสอบและวัดผลเงื่อนไขที่กำหนดตามระยะเวลาที่เหมาะสม
- ทำนายความเป็นไปได้ของการเกิดปัญหาคุณภาพที่อาจเกิดขึ้น โดยการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของเงื่อนไขที่กำหนด
- กำหนดมาตรการแก้ไข / ป้องกันของปัญหาคุณภาพ

10. การทำ TPM ในส่วนสนับสนุน ( Administrative and Indirect Department )เสา:7
หมายถึงการทำกิจกรรมTPM สำหรับหน่วยงานที่ไม่ใช่ฝ่ายผลิต เช่น ฝ่ายวางแผนการผลิต ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ฝ่ายวิศวกรรม และฝ่ายบริหาร ซึ่งฝ่ายต่างๆเหล่านี้มีหน้าที่สนับสนุนข้อมูลต่างที่ใช้ในการผลิต ถ้าฝ่ายต่างๆเหล่านี้มีการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพก็จะมีผลโดยตรงต่อการผลิต การทำ TPM สำหรับหน่วยงานสนับสนุนโดยใช้แนวคิดที่ว่า “ฝ่ายสนับสนุนเหล่านี้เปรียบเสมือนฝ่ายผลิต และขั้นตอนการดำเนินงานของฝ่ายสนับสนุนเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต ” ซึ่งสามารถอธิบายเพิ่มเติมอย่างเป็นระบบจากประสบการณ์ของโรงงานที่มีการนำTPM มาใช้ในฝ่ายบริหารและสนับสนุนได้ดังนี้
- เริ่มจากแนวคิดที่ว่าฝ่ายสนับสนุนต่างๆเปรียบเสมือน โรงงานผลิตข้อมูลข่าวสาร
- ประยุกต์วิธีการที่ใช้กับเครื่องจักร/อุปกรณ์ นำมาใช้กับงานบริหารและสนับสนุน
- สร้างวิสัยทัศน์ในแต่ละแผนกของฝ่ายบริหารและสนับสนุน
- ดำเนินการ TPM ผ่านกิจกรรมตามหลัก 5 ประการ
1. การปรับปรุงเฉพาะเรื่อง(Individual Improvement)
2. การบำรุงรักษาด้วยตนเอง(Self Maintenance)
3. การให้ความรู้และการฝึกอบรม(Education and Training)
4. สร้างระบบการวางแผนทรัพยากรมนุษย์(Flexible Staffing)
5. สร้างระบบประเมินผลงาน(Performance Measurement)

11. การจัดการความปลอดภัย และ สิ่งแวดล้อม ( Creation of a Safety and Environment Management System ) เสา:8
ในการสร้างความเชื่อถือได้ของเครื่องจักร การป้องกันการเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากการผิดพลาดของมนุษย์ การขจัดอุบัติเหตุและสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษเป็นหลักการพื้นฐานเบื้องต้นของTPM ดังนั้นการการบริหารความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมจึงเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการดำเนินและการพัฒนากิจกรรม TPM ในการปรับปรุงด้านความปลอดภัยในการดำเนินกิจกรรมTPM มีหลายวิธีการ เช่นวิธีการดังต่อไปนี้
- การรณรงค์เกี่ยวกับ เครื่องจักรขัดข้องเป็นศูนย์ ของเสียเป็นศูนย์ อุบัติเป็นศูนย์ ในหน่วยงานที่มีการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร
- การดำเนินการตามหลักการ 5ส เพื่อให้สถานที่ทำงานมีความสะอาด มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และมีการจัดการที่ดี
- การดำเนินกิจกรรม การบำรุงรักษาด้วยตนเอง การปรับปรุงเฉพาะเรื่อง เพื่อขจัดพื้นที่และสิ่งที่จะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย
- ฝึกอบรมให้พนักงานดูแลเครื่องมือของตนเองและสามารถตรวจสอบและพบเห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นล่วงหน้า
- ห้ามพนักงานที่ไม่มีคุณสมบัติที่เพียงพอในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร
- สร้างให้มีความรับผิดชอบเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัยของตนเอง
- พัฒนามาตรฐานและกฏระเบียบเกี่ยวกับความปลอดภัยและสภาพแวดล้อม

12. การดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง (Thorough Implementation and Continuous Improvement of TPM)
ขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินกิจกรรม TPM คือ การทำกิจกรรมให้มีความสมบูรณ์ตรวจสอบการดำเนินกิจกรรมตั้งแต่ต้น และ กำหนดเป้าหมายให้สูงขึ้นในอนาคต ตลอดจนเป็นช่วงเวลาของการรักษาเสถียรภาพของการปรับปรุงที่ได้ทำผ่านมาเมื่อบริษัทได้ทำกิจกรรมถึงขึ้นตอนนี้แล้ว ก็ให้พิจารณาว่ากิจกรรมที่ดำเนินมาครอบคลุมทุกพื้นที่หรือไม่ มีการปฏิบัติตามมาตรฐานการปรับปรุงที่กำหนดขึ้นครบถ้วนหรือไม่ สามารถทำการปรับปรุงได้ตามเป้าหมายที่กำหนดหรือไม่หากบริษัทสามารถทำได้ครบถ้วนก็สามารถที่จะทำการปรับเป้าหมายการปรับปรุงให้สูงขึ้น และขอเข้ารับการพิจารณา PM Award ในขั้นที่สูงขึ้นไปอีก ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา